โตโยต้า นอร์ทเทิร์น ลำปาง

โตโยต้า นอร์ทเทิร์น ลำปาง

อิลิแกรนด์ คลินิก ลำปาง

ลำปางแบตเตอรี่

สำนักชลประทานที่ 2 ลำปาง

Breaking News

  • เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ หลอกให้ใช้บัตรประชาชนซื้อมือถือ ก่อนขายต่อ ทำให้ชื่อผู้ซื้อโดนข้อหาฉ้อโกง รับโทษแทน ส่วนคนซื้อต่ออีกทอด โดนขอหารับของโจร

    วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เวลา 19:24 น.
    เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ หลอกให้ใช้บัตรประชาชนซื้อมือถือ ก่อนขายต่อ ทำให้ชื่อผู้ซื้อโดนข้อหาฉ้อโกง รับโทษแทน ส่วนคนซื้อต่ออีกทอด โดนขอหารับของโจร

    เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ หลอกให้ใช้บัตรประชาชนซื้อมือถือ ก่อนขายต่อ ทำให้ชื่อผู้ซื้อโดนข้อหาฉ้อโกง รับโทษแทน ส่วนคนซื้อต่ออีกทอด โดนขอหารับของโจร

       เอไอเอส เตือนภัยขบวนการหลอกลวง ว่าจ้างให้เหยื่อใช้บัตรประชาชนซื้อเครื่องโทรศัพท์ พร้อมแพ็กเกจ ในราคาพิเศษ จากค่ายมือถือ ซึ่งในเงื่อนไขจะต้องมีการเปิดเบอร์ และใช้งานกับเครื่องที่ซื้อมา พร้อมชำระเงินต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด  แต่เหยื่อกลับเอาเครื่องไปให้คนร้ายขายต่อ แลกกับค่าตอบแทน โดยไม่ชำระค่าบริการ ท้ายที่สุดคนร้ายปล่อยให้เหยื่อถูกฟ้องร้องจากบริษัทฯ เพราะผิดเงื่อนไขตามสัญญา นอกจากนั้นสำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องต่อจากคนร้าย เสี่ยงเข้าข่ายรับซื้อของโจรด้วยเช่นกัน

    (นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส)

       นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันมีการเกิดขึ้นของอาชญากรรมดังกรณีข้างต้นเป็นจำนวนมาก โดยพบว่า มีทั้งกลุ่มที่โดนหลอกลวง และกลุ่มที่จงใจใช้บัตรประชาชน ซื้อเครื่องโทรศัพท์มือถือพร้อมแพ็กเกจ จากนั้นนำเครื่องโทรศัพท์ไปแยกขายต่อ โดยไม่มีการชำระค่าบริการตามเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งบริษัทฯ กังวลถึงผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นในภาพรวม และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปริมาณของประชาชนที่ถูกดำเนินคดีฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงของผู้ที่ซื้อเครื่องต่อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่อาจจะเข้าข่ายรับซื้อของโจรด้วย

        “ดังนั้น จึงอยากขอแจ้งเตือนผู้ที่อาจหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของการกระทำ หรือ จงใจกระทำการดังกล่าวข้างต้นว่า การก่อเหตุในลักษณะนี้ เจ้าของบัตรประชาชนที่ทำสัญญาซื้อเครื่องโทรศัพท์พร้อมแพ็กเกจจะมีความผิด โดยมีบทลงโทษฐานฉ้อโกง มาตรา 341 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงการมีชื่อติด Black List ในระบบ ส่งผลให้ในอนาคตจะมีปัญหาในการทำธุรกรรมกับค่ายมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีระบบตรวจสอบอย่างเข้มข้น อีกทั้งในส่วนของผู้ที่รับซื้อเครื่องต่อไป จะเข้าข่ายความผิดฐานรับของโจร มาตรา 357 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

       ทั้งนี้ ในส่วนของบริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฏหมายขั้นสูงสุดกับผู้กระทำผิดทุกราย โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้น จึงขอเน้นย้ำไปยังทุกท่านว่า อย่าหลงเชื่อ และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลไปดำเนินการอย่างไม่ถูกต้อง อีกทั้งท่านที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือ ก็ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดี เพราะอาจมีความเสี่ยงทั้งคุณภาพของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีการรับประกัน และผิดกฏหมายอีกด้วย”

    ข่าวฅนลำปางดอทคอม